บนบริษัททัวร์ นำเที่ยว : ทัวร์จีน ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์มาเลเซีย ทัวร์สิงค์โปร์ ทัวร์เวียดนาม ทัวร์ลาว ทัวร์กัมพูชา ทัวร์พม่า ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์นิวซีแลนด์ ทัวร์ยุโรป ทัวร์แอฟริกาใต้
Home บริษัททัวร์Home

ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
ทัวร์จีนทัวร์ จีน
ทัวร์ฮ่องกงทัวร์ ฮ่องกง
ทัวร์เกาหลีทัวร์ เกาหลี
ทัวร์ญี่ปุ่นทัวร์ ญี่ปุ่น
ทัวร์มาเลเซียทัวร์ มาเลเซีย
ทัวร์สิงคโปร์ทัวร์ สิงคโปร์
ทัวร์เวียดนามทัวร์ เวียดนาม
ทัวร์ลาวทัวร์ ลาว
ทัวร์กัมพูชาทัวร์ กัมพูชา
ทัวร์พม่าทัวร์ พม่า
ทัวร์ออสเตรเลียทัวร์ ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์ทัวร์ นิวซีแลนด์
ทัวร์ยุโรปทัวร์ ยุโรป
ทัวร์แอฟริกาใต้ทัวร์ แอฟริกาใต้

บริษัททัวร์ เอเพริล ฮอลิเดย์About us
ร่วมงานกับเรา บริษัททัวร์ร่วมงานกับเรา

รวมโปรแกรมทัวร์All Program Tour

บริษัททัวร์ เอเพริลฮอลิเดย์ทัวร์

 

EG02 ทัวร์อียิปต์ ไคโร อเล็กซานเดรีย ลักซอร์

8 วัน 6 คืน KU
ทางลัดไป:
[วันแรกฺ] [วันที่สอง] [วันที่สาม] [วันที่สี่] [วันที่ห้า] [วันที่หก] [วันที่เจ็ด] [วันสุดท้าย] [วันเดินทางและราคา]

รายการทัวร์

 

วันแรก    กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

23.30 น.

คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เดินทางออกระหว่างประเทศ แถว (ROW) R

เคาน์เตอร์ 18 - 19 สายการบินคูเวต โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้บริการและอำนวยความสะดวก
 

 

วันที่สอง  คูเวต – อเล็กซานเดรีย

03.00 น.

08.30 น.

10.50 น.

เที่ยง

บ่าย










 

 

 

 

 

 

 

 

ค่ำ   

เหิรฟ้าสู่ ประเทศคูเวตโดยสายการบินคูเวต เที่ยวบินที่ KU412  (06.45 น. ถึงสนามบินประเทศคูเวต เพื่อ

เปลี่ยนเครื่อง)

เหิรฟ้าสู่ เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ด้วยเที่ยวบินที่ KU545

ถึงสนามบินเมืองอเล็กซานเดรีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และรับสัมภาระในการเดินทางเรียบร้อยแล้ว

นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารท้องถิ่น

(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)

นำท่านเที่ยวชม เมืองอเล็กซานเดรีย เมืองสำคัญในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เดิมทีเป็นหมู่บ้านประมง

เล็กๆ ที่ชื่อว่า ราคอนดาห์ เมื่อ 1,200 ปีก่อนคริสตกาล จนเมื่อ 332 ปีก่อนคริสตกาลหรือประมาณ 2,300

กว่าปีก่อน  พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชมาพบ จึงให้มีการปรับปรุงขยายเมืองเพื่อเป็นเมืองหลวงและ

ตั้งชื่อให้คล้องจองกับชื่อของพระองค์ เมืองอเล็กซานเดรียนี้ยังเป็นสถานที่สำคัญในตำนานรักอันยิ่งใหญ่

ของ ราชินีเลอโฉมชื่อก้องโลก พระนางคลีโอพัตรา และนายทหาร มาร์ค แอนโทนี  ซึ่งเรารู้จักกันดี และ

ปัจจุบันเมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ เป็นเมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก

จากนั้นนำท่านชม หลุมฝังศพใต้ดินแห่งอเล็กซานเดรีย 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกยุคกลาง สุสาน

ของขาวโรมันในอดีตมีกว่า 50,000 ศพ สุสานใต้ดินแห่งนี้มีสามชั้น ชั้นที่ 1 มีไว้สำหรับลำเลียงโลงและ

ศพ ชั้นที่ 2 เป็นที่ฝังศพ และชั้นที่ 3 ใช้เป็นที่รวมญาติเพื่อระลึกถึงผู้ตาย โดยมีการเลี้ยงสังสรรค์กันทั้งวัน

ซึ่งเล่ากันว่าตอนที่นักโบราณคดีค้นพบที่นี่เป็นครั้งแรก บนโต๊ะยังมีขวดไวน์และจานวางอยู่

ชม เสาปอมเปย์ เป็นสิ่งสำคัญโบราณในสมัยโรมันปกครองอียิปต์ เป็นเสาแกรนิตสูง 27 เมตร ปอมเป

ย์นั้นเป็นชื่อเพื่อนสนิทของ ซีซ่า ซึ่งภายหลังทั้งสองได้กลายเป็นศัตรูกันและปอมเปย์ได้หลบหนีมายังเมือ

งอเล็กซานเดรียในอียิปต์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาถูกฆ่าตาย และเล่าขานกันว่า ซีซ่าได้เผาศีรษะของปอมเปย์

ที่เสาแห่งนี้ นอกจากนั้นสถานที่นี้ในอดีตยังเคยเป็นอาณาจักรอาโครโปลิส ซึ่งมีชื่อว่า เซราเปียม สร้างขึ้น

เพื่อถวาย เทพเซราปิส ในสมัยของ ปโตเลมี แต่ในที่สุดถูกทำลายโดยพวกคริสเตียน ปัจจุบันนี้เหลือเพียง

แค่เสาแบบกรีก ตั้งอยู่อย่างโด่ดเด่น และสฟิงซ์อีกสองตัวจากนั้นนำท่านถ่ายรูปคู่กับ ป้อมปราการซิทา

เดล(CITADEL) ซึ่งในอดีตนั้นเป็นที่ตั้งของประภาคารฟาโรส ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุค

โบราณ ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนที่เป็นฐานและได้มีรับการทำนุบำรุงต่อเติมจากสุลต่านเกย์ตเบย์ โดยรวบ

รวมซากเดิมบางส่วนเข้ามา พร้อมนำท่านเดินชมบรรยากาศยามเย็นของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม

บริเวณรอบป้อมปราการ  ผ่านชม สวนสาธารณะมอนตาซาร์ (MONTAZA GARDENS) ที่สร้างขึ้นใน

รัชสมัยของกษัตริย์ฟารุค เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ นานาชนิดของทวีปแอฟริกา

รับประทานอาหาร  ณ ภัตตาคารท้องถิ่น                        

นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับสี่ดาวมาตราฐานท้องถิ่น MURCURE ROMANCE หรือเทียบเท่า


ด้านบน

 

วันที่สาม   อเล็กซานเดรีย – กีซ่า –มหาปิรามิด-กรุงไคโร – พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ-รถไฟ

06.00 น.

07.00 น.

10.00 น.






เที่ยง
บ่าย








เย็น

 

ค่ำ

 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ออกเดินทางสู่เมืองกีซ่า นำคณะเดินทางสู่ เมืองกีซ่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไคโรนัก

นำท่านชม “มหาปีรามิด” หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทั้ง 3 พระองค์ ซึ่งองค์ฟาโรห์แห่งอียิปต์

โบราณสร้างขึ้นเพื่อฝังพระศพของพระองค์เอง นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของโลก ใช้

เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 30 ปี และกำลังแรงงานกว่าแสนคน ตัดจากแท่งหินขนาดใหญ่มาก หินแต่ละก้อนวาง

ชิดติดกันแบบแนบสนิทมาก แม้แต่กระดาษก็สอดไม่ผ่าน

ชมตัว “สฟิงซ์” ที่แกะสลักจากเนินหินธรรมชาติ มีส่วนหัวเป็นพระพักตร์ของฟาโรห์และลำตัวเป็นสิงโต  

(หากสนใจขี่อูฐ กรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์ ราคาประมาณ $10-15 เหรียญต่อท่านต่อหนึ่งตัว)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่าน เข้าชม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอียิปต์ อันเลื่องชื่อ เป็นสถานที่ที่รวมศิลปะวัตถุโบราณมากมายที่สุด ชมโลงศพทองคำแท้พร้อมหน้ากากทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนอันดังก้องโลก และสมบัติส่วนตัวอีกมากมายของ   พระองค์ อาทิเช่น เตียงบรรทม, พัด, ของเล่นต่าง ๆ รถศึก และเก้าอี้บรรลังก์ทองคำ ซึ่งภาพบนพนักเก้าอี้สื่อถึงความโร แมนติกของฟาโรห์ตุตันคาเมน เป็นภาพพระองค์ประทับอยู่บนเก้าอี้และมีพระมเหสีของพระองค์กำลังทาน้ำมันหอมให้ ทั้งคู่ใส่รองเท้าแตะคนละข้างอันแสดงถึงความรักความเผื่อแผ่อันลึกซึ้ง นอกจากนี้ท่านยังจะได้ชมสมบัติอันล้ำค่า อื่นๆ อีกจำนวนมากเช่น แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ ฝีมือประณีต สิ่งของทั้งหมดล้วนมีอายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ข้อความสรรเสริญเทพเจ้าและเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในสมัยอียิปต์โบราณ

อิสระเลือกซื้อสิ้นค้าพื้นเมืองมากมายที่ “ตลาดข่านเอลคาลีลี” ตลาดสำคัญทางการค้าขายของพื้นเมืองและแหล่งสินค้าที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงไคโร ท่านสามารถเลือกซื้อของพื้นเมืองสวยๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นขวดน้ำหอมที่ทำด้วยมือ สินค้าต่างๆ เครื่องทองรูปพรรณและเพชรพลอยลวดลายแบบอาหรับ พรม และของที่ระลึกแบบพื้นเมือง

นำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางไปยังเมือง อัสวาน (ASWAN)  รับประทานอาหารค่ำ (แบบกล่อง) บนรถไฟ และพักผ่อนตามอัธยาศัย


ด้านบน

 

วันที่สี่     อัสวาน – อาบูซิมเบล - อัสวาน

เช้า

เที่ยง






 

 

 

เย็น

รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ   

(เนื่องจากต้องเดินทางโดยการ ตั้งเป็นขบวนรถ Convoy เพื่อเดินทางเข้าสู่อาบูซิมเบล)

รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่องบนรถ

(เนื่องจากต้องเดินทางโดยการ ตั้งเป็นขบวนรถ Convoy เพื่อเดินทางเข้าสู่อาบูซิมเบล)

นำท่านเดินทางสู่เมือง “อาบูซิมเบล” เพื่อชม  “มหาวิหารอาบูซิมเบล” ซึ่งประกอบด้วยวิหารของ

ฟาโรห์รามเซสที่ 2 และวิหารของ พระนางเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิ

มเบลนี้งดงาม ยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงก้องโลก แต่เมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่  อัสวาน  ทำให้วิหาร

17 แห่ง จมลงอยู่ใต้น้ำ จนองค์การยูเนสโก้ ต้องมาช่วยยกย้ายให้พ้นน้ำ วิหารอาบูซิมเบลแห่งนี้ก็ถูกยก

สูงจาก พื้นดิน 65เมตร ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 40 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภายในวิหารมีห้องบูชา และมีรูปสลักฟาโรห์รามเซสที่ 2 พร้อมด้วยเทพเจ้าต่างๆ อีก 3 องค์ ชมภาพวาดสี

และลวดลายต่างๆ ภายในนั้น ทำให้อดชื่นชมคนโบราณมิได้ ที่ได้สร้างผลงานอันอลังการไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

ด้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองอัสวาน จากนันเดินทางต่อไปยัง เรือสำราญที่พักซึ่งเป็นเรือ

สำราญขนาดใหญ่    ล่องไปตามแม่น้ำไนล์

รับประทานอาหารเย็นบนเรือ ( บุฟเฟต์ ) และพักค้างคืนบนเรือ


ด้านบน

 

วันที่ห้า    อัสวาน – คอมออมโบ – เอ็ดฟู

เช้า




เที่ยง








 

 

 

 

 

เย็น

รับประทานอาหารเช้า

ถึงเมืองอัสวาน นำท่านชมเขื่อนยักษ์อัสวาน (Aswan High Dam) ซึ่งสร้างขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้ใช้ได้ทั้งประเทศอียิปต์    ชม เสาหินโอเบลิสก์ ที่สลักจากหน้าผาซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ (The Unfinished Obelisk) เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างขึ้นเพื่อเป็นการบูชาแด่เทพ “อามุน-รา” หรือสุริยะเทพ      

รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ 

เรือล่องไป คอมออมโบ (Kom Ombo) ชุมชนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำไนล์ บ้านเรือนส่วนใหญ่สูงเพียง 1 หรือ 2 ชั้น  ระหว่างทางผ่านแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญริมแม่น้ำไนล์ เรือเทียบท่าหน้าวิหารคอม ออมโบ  นำท่านชม วิหารคอม-ออม-โบ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่ล้ำออกมาถึงแม่น้ำไนล์  สามารถเห็นวิวของแม่น้ำไนล์อันงดงาม คำว่า “คอม” เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงภูเขาเล็กๆ  วิหารนี้เกือบเป็นวิหารดะโครโพลิสของกรีก  หินที่ใช้สร้างแตกต่างกับวิหารอื่นๆ  อาจเป็นเพราะถูกปกคลุมด้วยทรายเป็นเวลานาน  การวางแบบของพื้นที่แปลกและเป็นเฉพาะตัว เป็นวิหารของเทพเจ้าสององค์ คือ เทพโซเบค (Sobek) เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้ และ เทพเจ้าฮาโรเอริส (Haroeris) เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ  วิหารนี้สร้างบนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำไนล์  เป็นบริเวณที่มีจระเข้ชุกชุมในสมัยโบราณ  วัดนี้จึงบูชาเทพโซเบก ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้  และมีจระเข้มัมมี่เก็บรักษาไว้  ชมภาพแกะสลักพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายในการทำภาพยนตร์  และภาพแกะสลักที่สำคัญ คือ ภาพแกะสลักการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะภาพการคลอดลูกของหญิงอียิปต์โบราณ และปฏิทินโบราณ  มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ตลอดแนวท่าเรือ  ขายเสื้อผ้าและสินค้าพื้นเมือง

ขณะเรือล่องต่อไป เมืองเอ็ดฟู  เรือเทียบท่านำท่านนั่งรถเทียมม้าไป ชม วิหารเอ็ด-ฟู  ซึ่งได้รับการยกย่องว่า  เป็นวิหารอียิปต์โบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด  ตั้งอยู่ศูนย์กลางของบริเวณที่อยู่อาศัย  สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพเจ้าฮอรัส (Horus) มีเศียรเป็นเหนี่ยว เป็นเทพเจ้าแห่งความดีและฉลาดรอบรู้  มองได้ไกลเหมือนตาเหยี่ยว  อดีตวิหารถูกปกคลุมด้วยทรายเกือบถึงยอดตัวเสาและหัวเสาเป็นเวลานาน  ปี ค.ศ. 1860 มีการขนทราย ปรากฏว่าตัววิหารยังแข็งแรง แน่นหนา  ขนาดของวิหารยาว 137 เมตร มีเสาใหญ่แบบไพรอนที่วัดได้ 79 เมตรตรงด้านหน้าและสูง 36 ม. วิหารนี้มีขนาดใหญ่และสวยงาม สมควรแก่เวลาเดินทางกลับเรือ  (กรุณาทิปคนขับรถม้าท่านละ US$ 1) เรือล่องผ่านสันดอนที่เอ็ดน่า ระดับน้ำต่างกันประมาณ 6 เมตร  ท่านสามารถชมการเปิดประตูน้ำและการถ่ายระดับน้ำได้  บนชั้นดาดฟ้าของเรือ

รับประทานอาหารเย็นบนเรือ 

หลังอาหารชมการแสดง (ขึ้นอยู่กับรายการของเรือ) ค้างคืนบนเรือเรือจอดที่ลุ๊กซอร์  เดิมชื่อธีบส์ เดิมเป็นเมืองหลวงเก่า ปกครองโดยราชวงศ์ที่ 18 และ 19 ห่างจากกรุงไคโร 675 กม.ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำไนล์  พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่แห้งแล้ง  เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน มีประวัติมากว่า 3,000 ปี

และพักค้างคืนบนเรือ


ด้านบน

 

วันที่หก   ลุกซอร์

เช้า







 

 


เที่ยง
บ่าย






 

 

 

 

 

 

 

 



เย็น

          รับประทานอาหารเช้าบนเรือ 

          (เป็นธรรมเนียมที่จะต้องให้ทิปแก่พนักงานบนเรือท่านละ 2 USD ต่อวัน)

          นำท่านเดินทางข้ามไปฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ (West Bank) หรือ นครธีบส์ในสมัยอียิปต์โบราณ  อดีต

         เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของคนตาย หรือ นครของผู้วายชนม์ (Necropolis of Thebes) เต็มไปด้วยกลุ่มโบราณ

          สถานที่มีประวัติน่าพิศวง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ  

          ชม วิหารฮัคเชฟซุต (Temple of Queen Hatshepsut) ออกแบบโดยสถาปนิก ชื่อ “เซเนมุท” กว่า

        3,500 ปีมาแล้วเป็นที่ประดิษฐานพระศพของ ฟาโรห์หญิงฮัตเชพซุต  รู้จักในนาม “ราชินีหนวด” ฟาโรห์

          หญิงองค์เดียวในประวัติศาสตร์อียิปต์ ที่รุ่งเรืองมากในสมัยของพระองค์ 

          ชมอนุสาวรีย์แห่งเมมนอน (Colossi of Memnon) หรือสุสานของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 อดีตเคย

          ใช้เป็นวิหารประกอบพิธีศพของอาเมนโฮเทปที่ 3  ประมาณ 2,000 กว่าปีก่อน  เกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่าง

          รุนแรง  ทำให้ตัววิหารพังลงมา  เหลือเพียงรูปสลักหินทรายขนาดใหญ่ 2 รูป สูง 20 เมตร

กลับไปรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

นำท่านชม วิหารลักซอร์ (The Temple of Luxor) ซึ่งสร้างถวายแก่เทพอมอน-รา กษัตริย์แห่งเทพ

เช่นกัน วิหารนี้ได้รับการบูรณะในปี ค.. 1883 ภายในบริเวณวิหารประกอบด้วยซุ้มประตูขนาดใหญ่และ

รูปสลักหินแกรนิตขนาดมหึมาสลักเป็นรูปฟาโรห์รามเซสที่ 2 และมหาราชินีเนเฟอตารี ชมเสาโอบิลิสก์

เสาหินแกรนิตขนาดใหญ่ ซึ่งแกะสลักด้วยอักษรอียิปต์โบราณ (เฮโรกริฟฟิค) เพื่อสรรเสริญเทพเจ้า

อมอนรา ซึ่งท่านอาจจะได้เห็นเสาเช่นนี้ อีกที่  ปลาซ เดอ ลา ทริออง (Place de la Triamph) เมืองปารีส

ประเทศฝรั่งเศส (แต่เอ๊ะ! ทำไมจึงมีเหมือนกันเล่า อียิปต์ไป เอามาจากฝรั่งเศสหรือ? ลองหาคำตอบดูละ

กัน) ภาพสลักที่วิหารแห่งนี้ก็ถือได้ว่าน่าสนใจไม่น้อย เช่น ภาพขบวนนักรบเดินแถว ที่สลักอย่างแตกต่าง

กันว่าเป็นนักรบชนชาติใดบ้าง เห็นแล้วก็ชวนให้นึกถึงภาพสลัก ขบวนนักรบที่ปราสาทหินในเขมร (ที่ว่า

ของกลุ่มเสียม --- สยาม จะเดินแตกแถวกัน) นอกจากนั้น ด้านหน้าวิหาร จะมี ถนนสฟิงซ์ (Sphinx

Avenue) ยาว 3 กิโลเมตรใช้เป็นทางเชื่อมระหว่างวิหารลักซอร์กับวิหารคาร์นัค

นำท่านชม มหาวิหารคาร์นัค (The Temple of Karnak) เป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัววิหารหลัง

เดียวมีเนื้อที่ถึง 60 เอเคอร์  ซึ่งใหญ่พอที่จะนำโบสถ์ขนาดใหญ่ของยุโรปไปวางได้ถึง 10 หลัง มหาวิหาร

แห่งนี้เริ่มก่อสร้างในสมัยฟาโรห์ทุตโมซิสที่ 1 เพื่อถวายแด่เทพอมอน-รา เมื่อกว่า 3,600 ปี มาแล้ว หลัง

จากนั้น ฟาโรห์องค์ต่างๆ ก็เริ่มสร้างเพิ่มเติม ทำให้วิหารมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างมาก แต่เห็นความยิ่งใหญ่ของ

วิหารแล้ว ขอให้ทุกท่านลองจินตนาการดูว่าชาวอียิปต์โบราณใช้วิธีใดในการขนย้ายเสา และหิน พร้อมทั้ง

การแกะสลักลวดลาย ซึ่งเมื่อท่านเห็นความสูงแล้วก็จะยิ่งทำให้นึกไม่ออกก็เป็นได้ ว่าเขาใช้วิธีทำอย่างไร

ณ ที่นี้เองยังเป็นสถานที่แสดงแสงเสียงในยามค่ำคืน ซึ่งมักเป็นที่นิยมมากกว่าที่วิหารในเมืองอื่นๆ ถ้าใคร

สนใจฟังการบรรยายประวัติศาสตร์อารยธรรมอันยาวนานของอียิปต์ (ประมาณ 1 ชั่วโมง) และบรรยากาศ

อันค่ำคืนของวิหาร ก็มิควรพลาด !!! ลองปรึกษาไกด์ได้นอกรายการ

รับประทานอาหารเย็นบนเรือ ( บุฟเฟต์ ) และพักค้างคืนบนเรือ


ด้านบน

 

วันที่เจ็ด   ไคโร - พิพิธภัณฑ์ไคโร - ช้อปปิ้งตลาดข่านเอลคาลีลี่- กรุงเทพฯ

เช้า





 

 

 

 

 


เที่ยง 

13.45 น.

23.55 น.

รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร

นำท่านชม หุบผากษัตริย์ (Valley of The Kings)  ซึ่งเป็นสถานที่ฝังพระศพของฟาโรห์ 62 พระองค์ แยกตามสุสานต่างๆในบริเวณหุบผา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าผาธีบัน ที่บริเวณนี้เป็นภูเขาหินทรายสีแดง ในแต่ละสุสานต้องใช้การขุดเจาะภูเขาเข้าไปทำเป็นช่องทางลับภายใน จะทำทางเดินเป็นช่วงๆ และทำเป็นห้องสำหรับวางโลงศพ สมบัติ ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของฟาโรห์ โดยรวมแล้ว ท่านคงจะอดสงสัยไม่ได้แน่ว่าภาพวาดสีที่เห็นอยู่นี้จะยังคงทนทานมาได้นานขนาดนี้เชียวหรือ แต่คงเป็นเพราะอากาศที่ร้อนและแห้ง ที่ช่วยทำให้จิตรกรรมยังคงอยู่ได้ทนทานเมื่อเทียบกับบ้านเราที่ร้อนชื้น ทำให้ภาพจิตรกรรมต่างๆ หลุดลอกไปอย่างมากมาย จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวจะแวะชมนอกเหนือจากสุสานฟาโรห์องค์อื่นๆ แล้ว สุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ยังคงเป็นที่ทีนักท่องเที่ยวต่อคิวกันลงไปไม่หยุดหย่อน แม้ว่าหลังการเยี่ยมชมแล้วจะถูกวิพากวิจารณ์จากนักท่องเที่ยวก็ตาม แต่ว่าอย่างน้อย “มาแล้วก็ต้องลงไปดูละกัน”(สำหรับผู้สนใจจะลงไปให้ซื้อบัตรเข้าชมต่างหาก)

นำท่านชม  วิหารเดลบาฮารี  (Deir El Bahari)  อนุสรณ์สถานที่ประดิษฐานพระศพของฟาโรห์หญิงฮัปเซปซุท หรือที่รู้จักกันในนามของ “ราชินีหนวด” ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคนสนิท “เซเนมุท” เมื่อกว่า 3,500 ปี

รับประทานอาหารกลางวันแบบกล่อง

ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่สนามบินแห่งชาติเมืองลักซอร์
ออกเดินทางกลับสู่ ประเทศคูเวต โดยเที่ยวบินที่ KU 548 (18.55. ถึง สนามบินประเทศคูเวต เพื่อเปลี่ยนเครื่อง)

เหินฟ้ากลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KU 411


ด้านบน

  วันสุดท้าย   กรุงเทพฯ
10.30 น.

คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ มิรู้ลืมเลือน


ด้านบน

   
ราคาทัวร์
กำหนดการเดินทาง ผู้ใหญ่ราคา
ท่านละ
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
มีเตียงเสริมพักกับ
ผู้ใหญ่ 2 ท่าน
เด็กอายุต่ำ
กว่า12 ปีไม่มี
เตียงเสริม
พักเดี่ยวจ่าย
เพิ่มท่านละ
         

  **วันที่ออกกรุ๊ปเซ็คที่เซลล์**

                                      

Booking


ด้านบน

ราคาทัวร์นี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารไป-กลับ กรุงเทพ – คูเวต - อเล็กซานเดรีย //ลักซอร์ – คูเวต - กรุงเทพ ชั้นประหยัด

    โดยสายการบินคูเวต

2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง

3ค่าที่พักห้องละ 2 ท่านในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน รวมทั้งสิ้น 1 คืน ,บนรถไฟ 1 คืน

    บนเรือ 3 คืน

4. ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง

5. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ

6ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ

7. ค่าวีซ่าประเทศอียิปต์  (สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย) เป็น วีซ่า ARRIVAL

8. ค่าบริการนำทัวร์โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์คนไทยมืออาชีพผู้ชำนาญเส้นทาง

9. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท        

    (หมายเหตุ: ค่าประกันอุบิติเหตุสำหรับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี และ ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 70 ปี ทางบริษัทประกันฯ

    จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพียงครึ่งหนึ่งของสัญญาฯ

ราคาทัวร์นี้ไม่รวม
1.  ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง

2.  ค่าภาษีมูลค่า 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

3.  ค่าขี่อูฐ, ค่าเข้ามุดลงไปในปิรามิด, ค่าเข้าชมห้องมัมมี่ 11 พระองค์ ที่พิพิธภัณฑ์ฯ และรายการอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ใน

     รายการฯลฯ

4.  ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ  เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าอาหาร-เครื่องดื่ม สั่งพิเศษนอกเหนือรายการ, มินิบาร์และ

     ทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ

5.  ค่าทิปมัคุเทศก์และพนักงานขับรถในอียิปต์ โดยเฉลี่ย  3 และ 2 ยูเอสดอลล่าร์ / ต่อท่าน / ต่อวัน ตามลำดับ

     ฯลฯ

6.  กรณีต้องการให้ยื่นวีซ่า เดี่ยว โดยยื่นที่สถานฑูตอียิปต์ ในเมืองไทยต้องเสียค่าวีซ่า เพิ่ม ท่านละ 500 บาท

7.  กระเป๋าเดินทาง

หมายเหตุ
1. หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน (สำหรับท่านที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่ากรุณานำมาประกอบการ ยื่นวีซ่าด้วยเพื่อความสะดวกในการพิจารณาวีซ่าของท่านและหนังสือเดินทางต้องมีหน้าเหลืออย่างน้อย 2 หน้า)
2. รูปถ่ายปัจจุบัน หน้าตรง 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ (ควรใช้รูปสีถ่ายมาตรฐานไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งขยายจากฟิล์มเท่านั้น รูปถ่ายจากกล้องแบบโพลาลอยด์ และหรือ ถ่ายแบบสติ๊กเกอร์ใช้ไม่ได้) และกรุณาเขียนชื่อ-นามสกุลตัวบรรจง ไว้ด้านหลังรูป
3. หลักฐานการเงิน สำเนาสมุดเงินฝากส่วนตัวของผู้เดินทางตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าปัจจุบัน (ย้อนหลัง 6 เดือน และปรับยอดสมุดเงินฝากให้เรียบร้อยก่อนถ่ายสำเนา) พร้อมทั้งให้ทางธนาคารประทับตรารับรองว่าถ่ายจากต้น ฉบับจริง *** สถานฑูตฯ อาจขอดูสมุดเงินฝากเล่มจริงของท่าน
4. หลักฐานการทำงาน (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
5. กรณีเป็นพนักงาน หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัทฯ ระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงาน และ ช่วงเวลาที่อนุมติให้ลาหยุด
6. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อม ทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตราบริษัทฯ (อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
7. กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น) หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา (ใช้ทั้ง 2 อย่าง)
8. เอกสารอื่นๆ สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาใบสูติบัตร และสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ (ถ้ามี) กรุณาเซ็นชื่อรับรองสำเนาเอกสาร
9. กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ได้เดินทางพร้อมบิดามารดาหรือคนใดคนหนึ่ง จะต้องไปทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจากอำเภอหรือเขตที่ท่านอยู่ โดยระบุชื่อผู้ที่เด็กเดินทางไปด้วย
• ถ้าเด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก
• ถ้าเด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม
10. กรณีเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป จะต้องมีใบรับรองแพทย์ ออกโดยโรงพยาบาล โดยระบุว่า “สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้” และใบประกันสุขภาพการเดินทางสำหรับผู้สูงอายุ (ค่าใช้จ่ายในการทำประกันสุขภาพการเดินทางสำหรับผู้สูงอายุ ไม่ได้รวมอยู่ในค่าบริการ) ในกรณีนี้ทางสถานทูตฯ อาจจะต้องการให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของสถานทูตฯ
11. กรณีสมรสแล้ว ต้องยื่นสำเนาทะเบียนสมรส,สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) พร้อมทั้งรับรองสำเนาด้วย
*** ในการยื่นขอวีซ่า กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ระบุ พร้อมส่งมอบเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า ไม่ น้อยกว่า 3 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง (ในกรณีที่เอกสารของท่านไม่สมบูรณ์ ทางสถานทูตฯ อาจจะปฏิเสธการอนุมัติวีซ่าของท่านได้ และต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่อีกครั้ง )
*** รายละเอียดเอกสารการยื่นขอวีซ่าที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทางบริษัทฯ ได้จัดทำขึ้นจาก ประสบการณ์และระเบียบของสถานทูตฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามสถานการณ์และคุณสมบัติของลูกค้า หากท่านมีคำถามใดๆ โปรดสอบถามเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
*** หมายเหตุ สำหรับเอกสารที่ยื่นเข้าสถานฑูตฯ ต้องใช้เอกสารเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งจะต้องแปล เอกสารก่อนยื่นเข้าสถานฑูตฯ (ยกเว้นสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนไม่ต้องแปล) (เอกสารที่ต้องแปลได้แก่ หนังสือรับรองบริษัทฯ, สำเนาใบทะเบียนการค้า, สำเนาสูติบัตร, สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล, สำเนาใบทะเบียนสมรส หรือ ใบหย่า, สำเนาใบมรณะบัตร, หนังสือยินยอมจากทางอำเภอ หรือ เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ) ซึ่งค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารทุกฉบับ ไม่ได้รวมในอัตราค่าบริการทัวร์ ประมาณแผ่นละ 300.-


--------------------  ทัวร์เส้นทางอื่น  --------------------
[ทัวร์จีน] [ทัวร์ฮ่องกง] [ทัวร์เกาหลี] [ทัวร์ญี่ปุ่น] [ทัวร์มาเลเซีย] [ทัวร์สิงค์โปร์] [ทัวร์เวียดนาม]
[ทัวร์ลาว] [ทัวร์กัมพูชา] [ทัวร์พม่า] [ทัวร์ออสเตรเลีย] [ทัวร์นิวซีแลนด์] [ทัวร์ยุโรป] [ทัวร์แอฟริกาใต้]

 

April Holiday  TAT No : 11/3081
90 อาคาร ฟิฟตี้ฟิฟ พลาซ่า ชั้น 4 สุขุมวิท ซอย 55 แขวง คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร : 02-7149794 (20 สาย)       แฟ๊กซ์ : 02-7149733    Hotline: 086-7786218, 086-3308286
E-mail : sales@aprilholiday.com           website : www.aprilholiday.com
  

ด้านบน


Copy Rights 2003. April Holiday. All rights Reserved.